คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 5 EP 775 “ทิศทางตลาดหุ้นเดือนกันยายน” | AIRA

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    "หุ้นไทยเดือนกันยายนคงผันผวน และแนวโน้มในทางลงมากกว่า แนวรับแรกมอง 1664 จุด หุ้นน่าสนใจคือ CK"

    บล. ไอร่ามองว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเดือน ส.ค. ยังมองว่าดี เมื่อเทียบกับประเด็นในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีปัจจัยที่เป็นบวกชัดเจน ขณะที่ยังได้รับปัจจัยกดดันจากประเด็นต่างประเทศ โดยเฉพาะความกังวลต่อสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังการเจรจารอบที่ 2 ไม่สำเร็จ เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา

    ส่วนนโยบายการเงินของสหรัฐฯ คาดตลาดสะท้อนไปบ้างแล้ว จากการส่งสัญญาณของเฟดที่มีมาต่อเนื่องในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง ทำให้คาดสามารถรองรับกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้

    ในส่วนของบ้านเรา Fund Flow แรงขายสุทธิของต่างชาติยังทรงๆ เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ประมาณ 10,400 ล้านบาท

    สำหรับในเดือนนี้ เรามองดัชนีมีความผันผวน โดยให้น้ำหนักประเด็นเดิมต่างประเทศที่กลับมามีความไม่แน่นอน และมีน้ำหนักกดดันอีกครั้ง โดยเฉพาะการทำสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ล่าสุดสถานการณ์ส่งสัญญาณมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ มีแผนเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อัตรา 25% วงเงินเพิ่มอีก 200,000 ล้านUSD (50%ของมูลค่าสินค้าจีนที่สหรัฐฯ นำเข้า) ต่อเนื่องจาก 2 เดือนที่ผ่านมา (ก.ค. – ส.ค.) ที่ทั้ง 2 ประเทศ เรียกเก็บภาษีสินค้าระหว่างกัน อัตรา 25% วงเงิน 50,000 ล้านUSD

    พร้อมกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งที่ 3 (25 – 26/9/61) พร้อมคาดเกิดขึ้นอีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค. (18 – 19/12/61) คาดรวมทั้งหมด 4 ครั้งในปี’61 คาดอัตราดอกเบี้ยสิ้นปี’61 อยู่ที่ 2.25 – 2.50% ขณะที่คาดปรับขึ้นต่อเนื่องอีก 2 – 3 ครั้งในปี’62

    รวมถึง Sentiment ที่กลับมาเป็นลบ จากแรงขายสุทธิของต่างชาติ YTD ที่กลับมาอยู่ในระดับสูงกว่า 200,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามเราคาดบางส่วนพักอยู่ในตลาดพันธบัตร จากยอดซื้อสุทธิของต่างชาติในตลาดพันธบัตร - YTD ประมาณ 5,600 ล้านUSD

    ประเด็นในประเทศ คาดได้รับปัจจัยบวกเข้ามาบ้างจากประเด็นการทำ Window Dressing – 3Q/61 ช่วงปลายเดือน

    รวมถึง Sentiment ต่อสถานการณ์การเมืองมีแนวโน้มดีขึ้นทั้งการเลือกตั้ง และ คสช. เตรียมใช้ ม.44 ปลดล๊อคพรรคการเมือง

    และสุดท้ายเป็นการประชุม กนง. (19/9/61) คาดในครั้งนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% แต่หลังอัตราเงินเฟ้อทั่วไป - ส.ค.61 ขยายตัว 1.62% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 คาด กนง. อาจส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่เหลือของปี คาดเป็นปัจจัยกดดันภาพรวมตลาด อย่างไรก็ตามเป็น Sentiment บวก ต่อกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะต่อ Net Interest Margin ที่น่าสนใจในกลุ่มธนาคาร เช่น BBL และ KTB เป็นต้น

    SET index ทางเทคนิค แนวรับ 1,664 ถัดไประดับ 1,600 ต้นๆ ซึ่งภายใต้ความไม่แน่นอนจากประเด็นต่างประเทศ ทำให้คาดดัชนีมีความผันผวน และราคาหุ้นมีโอกาสปรับลดลง อย่างไรก็ตามเป็น “โอกาสในการเข้าสะสม” โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้นตามลำดับ พร้อมกับการลงทุนภาครัฐฯ ที่คาดเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 2H/61 เป็นต้นไป รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส่งสัญญาณที่ดี หลัง 2Q/61 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 67.5 สูงสุดในรอบ 13 ไตรมาสที่ผ่านมา หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ CBG, COM7, CK, KCE, MTC, PTT และ TRUE เป็นต้น

    หุ้นแนะนำเป็น “CK “ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับกลุ่มจากความไม่แน่นอน / ล่าช้า ในการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ในช่วง 1H/61 ส่งผลต่อภาพรวมกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกดดันราคาหุ้น ภายใต้ความกังวลต่อปริมาณงานก่อสร้างไม่เป็นไปตามคาด ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องของปริมาณงานก่อสร้างที่มีอยู่ในมือ (Backlog) และอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต

    ปัจจัยบวกในอนาคต มาจาก เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการลงทุนที่มีเป้าหมายให้ไทยเป็นจุดเชื่อมประเทศกลุ่ม CLMV ไปตลาดโลก มูลค่ารวม 1.7 ล้านล้านบาท เช่น (1)โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท กำหนดยื่นซองประมูล 12/11/61 (2) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด “Phase 3” และ (3) การขยายสนามบินอู่ตะเภาและการสร้างโรงซ่อมบำรุงของการบินไทย

    โครงการระบบราง คาดทยอยเปิดประมูลปลาย 3Q/61 เป็นต้นไป เช่น (1) ทางด่วนพระราม 3 - ดาวคะนอง มูลค่า 30,437 ล้านบาท (2) รถไฟทางคู่ Phase II จำนวน 9 เส้นทาง มูลค่ารวม ประมาณ 400,000 ล้านบาท จำนวนนี้รวม เส้นทางเด่นชัย – เชียงราย - เชียงของ มูลค่า 77,000 ล้านบาท ที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. แล้ว คาดเปิดประมูลช่วงปลายปีนี้ ขณะที่ 8 เส้นทางที่เหลือ คาดทยอยเข้า ครม. ภายในเดือนก.ย. นี้ ส่วนสายสีม่วงใต้ เตาปูน ราษฎร์บูรณะ มูลค่าโครงการ 101,000 ล้านบาท ปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขการลงทุนเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน – PPP เช่นเดียวกับสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม – ตลิ่งชัน มูลค่า 109,000 ล้านบาท คาดทยอยเปิดประมูลต้นปี’62

    ขณะที่ CK ยังมีความน่าสนใจในเชิงพื้นฐาน แม้ได้รับผลกระทบจากงานประมูลที่ล่าช้า และทำให้รายได้งานก่อสร้างชะลอตัว เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จาก Backlog เดิม ที่บางโครงการอยู่ในช่วงเริ่มต้นงานก่อสร้าง ทำให้สัดส่วนรับรู้รายได้ยังไม่มาก แต่ CK ได้รับประโยชน์จากบริษัทที่ร่วมทุน (TTW, CKP และ BEM) ส่งผลให้กำไรสุทธิยังอยู่ในระดับที่ดี คาดกำไรสุทธิปี’61 อยู่ที่ 1,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%จากปี’60 และคาดเพิ่มขึ้น 4.5% ในปี’62 คาดอยู่ที่ 2,031 ล้านบาท

    ประเมินราคาเป้าหมายปี’62 ที่ 32.50 บาท อิง PBV ที่ 2.0X (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา)

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1327841/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ