คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 5 EP 766 AIRA มองทิศทาง SET Index ช่วงครึ่งปีหลัง | บล.ไอร่า

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    AIRA ประเมินว่า AIRA มองทิศทางของ SET Index ในช่วงครึ่งหลังของ 3Q61 ยังเป็นภาพผันผวน โดยมองว่าประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ และการค้าระหว่างประเทศ ที่ช่วงหลังๆ กลายเริ่มกลายเป็นประเด็นเดียวกัน จะยิ่งทำให้การแก้ปัญหาในเรื่องสงครามการค้า ยุ่งยากมากขึ้นด้วย

    ทั้งนี้ AIRA มองว่านโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ที่ระยะหลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อความมุ่งหวังทางการเมืองระหว่างประเทศ นอกเหนือจากประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ จะยิ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ และลดทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็น
    - การพยายาม Sanction อิหร่าน และขู่ว่าจะทำการลงโทษผู้ที่ซื้อน้ำมัน จากอิหร่าน โดยในแง่การเมืองระหว่างประเทศ เป็นที่ทราบกันดีว่า อิหร่านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย และในช่วงหลังอิหร่าน มีบทบาททางทหารมากขึ้นในซีเรีย
    - ความพยายามกดดันตุรกี ที่ฝักใฝ่รัสเซียในช่วงหลัง และยังยืนยันที่จะซื้อน้ำมันจากอิหร่าน รวมถึงการที่ตุรกี ไม่ยอมปล่อยตัว นักบวชชาวสหรัฐฯ ที่ถูกตุรกีตั้งข้อหาก่อการร้าย ในการนี้ สหรัฐฯ ได้ตั้งกำแพงภาษีต่อตุรกี บนสินค้าประเภทอะลูมิเนียมสูงถึง 20% ส่วนเหล็กกล้าภาษีถูกเก็บสูงถึง 50% และทำให้ค่าเงินลีราดิ่งลงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงยุโรปซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ เนื่องจากตุรกีที่มีสภาพง่อนแง่นทางเศรษฐกิจอยู่แล้วนั้นมีหนี้สินที่มีต่อธนาคารพาณิชย์ยุโรปจำนวนมากกว่าแสนล้านเหรียญ

    ซึ่งในประเด็นการกดดันตุรกีโดยสหรัฐฯ แม้จะไม่มีผลโดยตรงต่อไทย (ตุรกีคิดเป็นเพียง 0.5% ของตลาดส่งส่งออกของไทย) แต่ก็ทำให้ตลาดเกิดการตระหนกเล็กๆ และลดการถือครองทรัพย์สินในสกุลที่เป็น Soft Currency ซึ่งก็รวมถึงเงินบาท และตลาดหุ้นไทยด้วย อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ไม่น่านำมาซึ่งความเสี่ยงที่เป็นระบบ จากทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง

    ด้านตลาดเงินสะท้อนความกังวล ออกมาในรูปแบบ ของดอกเบี้ยระยะยาวจากพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ไม่ได้ปรับตัวขึ้น แม้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐจะออกมาดี และ FED เองก็ได้แสดงท่าทีที่จริงจังต่อการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เริ่มมีความกังวลกันว่าอาจเกิด Inverted Yield Curve ในช่วงปีหน้าหาก FED ขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป เมื่อเทียบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังอยู่ไม่สูงนัก ซึ่งโดยปกติแล้ว Inverted Yield Curve มักจะส่งสัญญาณเชิงลบต่อตลาดหุ้น

    ด้านประเด็นในประเทศแม้ไม่ได้เป็นลบ และมีแนวโน้มจะเป็นบวกใน 4Q61 แต่คาดว่ายังมีน้ำหนักน้อยกว่าประเด็นต่างประเทศในขณะนี้ โดยหลังจาก บ. จดทะเบียนฯ ได้ทยอยประกาศผลประกอบการ 2Q61 ไปหมดแล้ว แม้จะทำให้ตลาดขาดปัจจัยใหม่ไปบ้าง แต่เรามองว่าหากมีการปรับฐานในช่วงนี้ ถือเป็นจังหวะในการสะสม โดยเรามองว่าหลังจากนี้ Sentiment ในประเทศจะค่อยๆ เป็นบวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความชัดเจนทางการเมือง ที่มีแนวโน้มว่าน่าจะมีการประกาศวันเลือกตั้งได้ภายใน 3Q61 นี้ โดยล่าสุดมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประธาน-กรรมการ กกต. 5 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับเรามองว่าในช่วง 4Q61 มักจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ Sentiment การใช้จ่ายภายในประเทศคึกคักมากขึ้น นอกจากนี้ AIRA มองว่า โปรเจคต์ขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ยังคั่งค้าง น่าจะถูกเร่งรัดภายในปีนี้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปีหน้า

    กลยุทธ์ AIRA แนะนำรอซื้ออ่อนตัว โดยมองว่าแนวรับระดับ 1,650 จุด เป็นแนวรับที่แข็งแรง หุ้นรายตัวเราเลือกกลุ่มที่ได้รับผลดีจากแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อน คือกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับหุ้นกลุ่มนี้เดิมทีได้รับแรงกดดันจากปัญหาชิ้นสวนฯ ขาดแคลน ซึ่งประเด็นกังวลนี้กำลังคลี่คลายลง ครั้งนี้เราเลือกนำเสนอ SVI มูลค่าเหมาะสมเราประเมินไว้ที่ 6.35 บาท โดยมองว่า

    2Q61 ยอดขายและกำไรปกติทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วนกำไรสุทธิฟื้นตัวแรง +116% yoy, +322% qoq

    สถานการณ์วัตถุดิบที่ค่อยๆดีขึ้นส่งผลบวกมากกว่าคาดอย่างมากโดยยอดขายเติบโตมาอยู่ที่ 117.7 ล้านดอลลาร์ หรือ 3,670 ล้านบาท (+21% yoy, +15% qoq และดีกว่าคาด 2%) ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของบริษัท กลุ่มลูกค้าที่เติบโตสูงได้แก่กลุ่มอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและกลุ่มอุตสาหกรรม

    ด้านอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวแรงเกินคาดอย่างมาก มาอยู่ที่ 9.7% (จาก 8.7% เมื่อ 2Q60, 7.1% เมื่อ 1Q61 และเราคาดไว้ที่ 8.3%) อีกทั้งมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 64 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 162 ล้านบาทถือว่าเป็นไปตามคาด

    กำไรสุทธิอยู่ที่ 270 ล้านบาท (ฟื้นตัวแรง +147% qoq และ +26% yoy และสูงกว่าคาดถึง 71%) โดยหากไม่นับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการตั้งสำรองต่างๆ (หนี้สงสัยจะสูญ ด้อยค่าสินค้าคงเหลือ และรับประกันสินค้า) จะมีกำไรปกติ 217 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของบริษัทเช่นกัน

    มองอนาคตสดใส ยังคงเลือกเป็น Top pick กลุ่ม

    ในงวด 2Q61 สถานการณ์วัตถุดิบที่คลี่คลายช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวแรงมาอยู่ที่ 9.7% และเมื่อพิจารณาร่วมกับเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงที่ผ่านมา เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 2H61 มีโอกาสจะสูงกว่าระดับ 10.0% และช่วยให้ SVI เป็นหุ้นที่ฟื้นตัวโดดเด่นต่อเนื่องไปถึง 2H61 และเติบโตสูงในปี’62 จากการที่ตั้งเป้ายอดขายเติบโตปีละ 15% - 20%

    จากมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นทำให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี’61 และ ’62 เพิ่มขึ้น 6% และ 9% ตามลำดับ มาอยู่ที่ 721 และ 888 ล้านบาท ตามลำดับ และประเมินราคาเหมาะสมปี’62 ที่ 6.35 บาท อิง P/E Ratio 16.5 เท่าตามเดิม

    เรายังคงยืนยันเลือก SVI เป็น Top Pick ของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จากการที่ฟื้นตัวได้เด่นที่สุดขณะที่ราคาหุ้นยังคง Laggard กลุ่ม และมีอัพไซด์ 27 % จึงแนะนำ “ซื้อ” โดยเราเชื่อว่าแม้เราจะปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังมีความอนุรักษ์นิยมอยู่ในระดับหนึ่ง (สมมติฐานปี’62 รายได้เติบโต 12% และอัตรากำไรขั้นต้น 9.5%) และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีกในภายหลัง

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1327929/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ