คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 5 EP 760 ทิศทางตลาดหุ้นเดือนสิงหาคม | AIRA

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    "หุ้นไทยเดือนสิงหาคมน่าจะขึ้นได้ต่อ แต่จะไม่ร้อนแรงเหมือนเดือนที่แล้ว หั้นน่าสนใจคือ STEC"

    บล. ไอร่า มองว่าตลาดหุ้นบ้านเราภาพรวมตลาดเดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 100 จุด หลังลดลงไปสู่ระดับต่ำสุดของปีที่ประมาณ 1,595.58 จุด เมื่อช่วงปลายเดือน มิย. โดยรวม ตลาดหุ้นไทยปรับตัวได้ค่อนข้างดี ภายใต้ปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะแรงซื้อกลับเข้ามากลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาด และกลุ่มพลังงานที่ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมัน นอกจากนี้ยังได้รับ Sentiment บวกจาก Fund Flow หลังแรงขายสุทธิต่างชาติในเดือนกรกฎาคมชะลอตัวลงเหลือ ประมาณ 10,600 ล้านบาท ลดลงจากเฉลี่ยประมาณ 30,000 ล้านบาท/เดือน ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ยังมีแรงเก็งกำไรทั้งผลประกอบการไตรมาส 2 และเงินปันผลในช่วง 1H/61 ส่วนประเด็นต่างประเทศแม้ยังถูกกดดัน จากประเด็นการสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะจีน และ EU แต่ส่วนใหญ่มองว่าตลาดสะท้อนไปบ้างแล้ว


    ส่วนเดือนสิงหาคมนี้ มองว่ายังขึ้นได้ต่อแต่อาจขึ้นได้อย่างจำกัด จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการและเงินปันผล อย่างไรก็ตามอาจเผชิญกับแรงขาย หรือ Sell on Fact หลังหมดช่วงประกาศงบประมาณกลางส.ค. พร้อมกับ Fund Flow ที่คาด Sentiment เป็นบวกจากแรงขายสุทธิของต่างชาติที่เริ่มชะลอ และมีแรงซื้อสุทธิสลับเข้ามา ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานคาดได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมัน ที่คาดทรงตัวในระดับสูง 65 - 70USD ภายใต้ปัจจัยหนุนจากการส่งออกของซาอุดิอาระเบียที่ลดลงในเดือนนี้ และคาดสต็อกน้ำมันในตลาดโลก – 3Q/61 มีแนวโน้มลดลง จากความต้องการใช้น้ำมันจำนวนมาก สำหรับการประชุม กนง. สัปดาห์หน้า (พุธที่ 8 สค.) คาดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ซึ่งคาดไม่มีผลต่อภาพรวมตลาด ยกเว้นมีการส่งสัญญาณที่จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เบื้องต้นเราคาดการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย น่าจะเริ่มเห็นในปีหน้า


    ทางด้านประเด็นต่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน คาด Sentiment ดีขึ้นโดยเฉพาะจากความพยายามในการเจรจาเพื่อลดความขัดแย้งทางการค้า ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และ EU ซึ่งหากการต่อรองสำเร็จ คาดเป็นปัจจัยหนุนภาพรวมตลาดต่อไป แต่อาจมีประเด็นความเสี่ยง จากความไม่แน่นอนนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งหากมีการประกาศออกมาเพิ่มและเลวร้ายกว่าที่ตลาดฯ รับรู้ก่อนหน้า หลังเดือนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประกาศออกมาว่าอาจจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีน มูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านUSD ซึ่งเท่ากับมูลค่าที่สหรัฐฯนำเข้าจากจีนในปีที่ผ่านมาคาดอาจทำให้เกิดความขัดแย้งและส่งผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไปและคาดกลับมาเป็นปัจจัยกดดันภาพรวมตลาดฯ พร้อมติดตาม Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี หลังขึ้นไประดับสูงสุดที่ 3.07% เมื่อกลางพ.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาใกล้ระดับ 3.0% คาดอาจกลับมาเป็นประเด็นกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง


    ซึ่งเดือนสิงหาคม ไอร่ามองแนวต้านไว้ที่ 1,760 จุด กลยุทธ์คือแนะนำหุ้นขนาดใหญ่ที่อยู่ในเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึง

    (1) หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการส่งออกที่คาดในปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10%

    (2) หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว ตัวเลขนักท่องเที่ยว 1H/61 เติบโต 12% เกือบ 20 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 6 ล้านคน ขยายตัว 26%

    (3) หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนภาครัฐ จากแผนเร่งรัดเปิดประมูลโครงการต่างๆ ในช่วง 2H/61

    (4) หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตดีขึ้นตามลำดับ

    ภายใต้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยหุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ ได้แก่ AOT, กลุ่มธนาคาร (BBL และ KTB), BANPU, COM7, SVI, STEC และ TKN เป็นต้น


    ส่วน Top Pick ที่ AIRA นำเสนอในวันนี้ แนะนำเป็น “STEC “ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่โดยในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับกลุ่ม

    - จากความไม่แน่นอน / ล่าช้า ในการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ในช่วง 1H/61 ส่งผลต่อภาพรวมกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกดดันราคาหุ้น ภายใต้ความกังวลต่อปริมาณงานก่อสร้างไม่เป็นไปตามคาด ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องของปริมาณงานก่อสร้างที่มีอยู่ในมือ (Backlog) และอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต

    - ขณะที่คาดภาพรวมกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 2H/61 ดีกว่า 1H/61 ภายใต้แผนการเร่งรัดเปิดประมูลโครงการที่มีความพร้อม เช่น โครงการรถไฟทางคู่ Phase II จำนวน 9 เส้นทาง (2,174 กม.) มูลค่ารวม ประมาณ 427,000 ล้านบาท และทางด่วนพระราม 3 – ดาวคะนอง มูลค่า ประมาณ 30,000 ล้านบาท เป็นต้น

    - นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงสนามบินสุวรรณภูมิ - ดอนเมือง – อู่ตะเภา มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งกำหนดยื่นซองในวันที่ 12/11/61 ขณะที่ STEC ยังมีความน่าสนใจในเชิงพื้นฐาน

    - ในระยะสั้น จากผลประกอบการ 2Q/61 คาดยังอยู่ในระดับที่ดี คาดกำไรสุทธิทรงตัว yoy อยู่ที่ 241 ล้านบาท แม้คาด Gross Profit Margin ลดลงจาก 2Q/60 แต่ได้รับการชดเชยจากรายได้งานก่อสร้างที่คาดเติบโต 17% อยู่ที่ 5,148 ล้านบาท ขณะที่ใน 1Q/61 มีบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุน 56 ล้านบาท ทำให้คาดกำไรสุทธิ ลดลง 18%qoq

    - คาดระดับ Backlog หลัง 2Q/61 ยังอยู่ในระดับสูง ประมาณ 120,000 ล้านบาทคาดเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ปีข้างหน้า แม้ไม่มีมูลค่างานใหม่เข้ามา อย่างไรก็ตาม STEC ยังมีโอกาสในการรับงาน จากโครงการต่างๆ ที่เปิดประมูลในช่วง 2H/61

    - คาดการณ์ผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อ 1Q/61 และมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับพร้อมมีแนวโน้มปรับเพิ่มกำไรสุทธิ หลังคาด Gross Profit Margin 1H/61 ประมาณ 7.60% สูงกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 7.0% ซึ่งคาดทำให้ประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% จากเดิมทำไว้ที่ ประมาณ 1,000 ล้านบาท

    ประเมินราคาเป้าหมายปี’61 ที่ 23.00 บาท

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1327977/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ