คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 5 EP 701 เลือกหุ้นทำกำไร หลังดัชนียังแกว่งตัวในกรอบ | AIRA

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    หุ้นไทยมีโอกาสลงไปเคลื่อนไหวทดสอบ 1760 จุด อาจผันผวนได้ในระยะสั้นจากความกังวลเรื่องภาวะการค้าโลก แต่เรายังชอบหุ้นธนาคารใหญ่อย่าง BBL และ KTB

    AIRA ประเมินว่าดัชนีในสัปดาห์หน้า มีโอกาสลงทดสอบแนวรับ 1,760 จุด จากแรงกดดันเรื่องความไม่แน่นอนในเชิงนโยบายการค้าโลก (โดยเฉพาะ สหรัฐฯ-จีน) ที่อาจลุกลามเป็นสงครามการค้าได้

    โดยเรื่องนโยบายการค้า และนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่เป็นไปในทางกีดกันทางการค้ามากขึ้น (Protectionism) สะท้อนความกังวลออกมาในรูปของเงินดออลาร์ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยแม้ว่า AIRA จะมองว่ามีความน่ากังวลอยู่บ้าง หลังจากเกิดการปรับคณะทำงานส่วนนี้ในหลายตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศ, ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงความขัดแย้งในเชิงนโยบายในสหรัฐฯ ซึ่งมักจะเป็นหัวข้อข่าวตามสื่อต่างๆ เสมอ แต่ AIRA มองว่าสุดท้ายแล้วผลกระทบที่แท้จริง จะอยู่ในวงจำกัดเพียงบางอุตสาหกรรม เพื่อนำไปสู่การเจรจาในท้ายที่สุด

    โดยเรามองว่ามีโอกาสไม่มาก ที่จะเกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบ เนื่องจากเป็น Loss-Loss Situation อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นต้องจับตาความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ นายโดนัล ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ในวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์  เพื่อตอบโต้จีนในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และเพื่อเพิ่มอัตราการจ้างงานให้ชาวสหรัฐฯ ซึ่งในทางกลับกันจีนอาจมีมาตรการตอบโต้ออกมาบ้าง ล่าสุดก็อาจจะขึ้นภาษีหมูและไวน์ แต่ขนาดยังไม่มากนักที่ระดับ 3 พันล้านเหรียญ แต่ถ้าลุกลามบานปานอาจเป็นปัญหาได้

    ในภาพรวมปฏิกริยาของตลาดทุนต่อ FED ในช่วงถัดจากนี้ เราประเมินว่ามีแนวโน้มดีขึ้น โดยช่วงราว 2 เดือนที่ผ่านมา ตลาดทุนผิดคาดไปบ้างกับนโยบายของ FED ภายใต้ประธานใหม่  นายเจอโรม พาวเวลล์  ที่มีแนวนโยบายผ่อนปรนน้อยกว่าในยุคของนางเจเน็ต เยเลน และเป็นเหตุผลให้ตลาดต้องมีการปรับฐาน และมีการปรับ Asset Allocation ทั่วโลก โดยเฉพาะการปรับลดการถือครองพันธบัตรระยะยาวลง และทำให้ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำมาสู่ความตื่นตระหนกบ้างต่อตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา

    ด้านเศรษฐกิจไทย ค่อนข้างชัดเจนว่าการเติบโตจากเศรษฐกิจโลกในทุกภูมิภาค ผลักดันให้ในบาง Sector ของไทยได้อานิสงค์จาก Demand นอกประเทศ เช่นการส่งออก และการท่องเที่ยว โดยล่าสุดยอดการส่งออกในรูปดอลลาร์เดือน ก.พ. เติบโต 10.3% YoY รวม 2 เดือนแรกของปี 61 การส่งออกเติบโตถึง 13.8% YoY ดุลการค้าเกินดุล 688.5 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สถานการณ์การท่องเที่ยวยังคงสดใสต่อเนื่อง ล่าสุด นักท่องเที่ยวเดือน ก.พ. อยู่ที่ 3.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น ถึง 19% YoY

    กลยุทธ์การลงทุนในภาพใหญ่  AIRA มองว่า สภาพคล่องที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังสามารถที่จะรองรับเม็ดเงินของต่างชาติที่ทยอยไหลออกได้ แต่ด้วยดัชนีที่ปรับขึ้นมาพอสมควร (แม้จะมีการปรับฐานบ้างในช่วงหลัง)  ประกอบกับการขาดปัจจัยใหม่ และเริ่มมีความเหวี่ยงไหวใน Sentiment มากขึ้น หลังนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความไม่แน่นอนในระยะสั้น AIRA จึงยังไม่แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนอย่างมีนัยฯ แต่อาจพิจารณาปรับพอร์ตในลักษณะ Rotation โดยเฉพาะจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นไปแบบกระจุกตัวก่อนหน้าไปสู่กลุ่มอื่น

    โดยครั้งนี้ AIRA แนะนำเป็นหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดย AIRA มองว่าวัฏจักร NPL ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วใน 4Q60 และภาคธุรกิจที่ดีขึ้นโดยเฉพาะภาคการส่งออก รวมถึงโครงการลงทุนภาครัฐที่ยังเดินหน้าได้ต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนสินเชื่อ แก่ธนาคารพาณิชย์ ขนาดใหญ่ ประกอบกับการบังคับใช้มาตรฐาน IFRS9 ในปีหน้าที่อาจทำให้กลุ่มธนาคารต้องมีภาระการสำรองมากขึ้น ในประเด็นนี้เรามองว่าตลาดตอบรับไปแล้ว

    ครั้งนี้ AIRA แนะนำเป็นหุ้น BBL และ KTB โดยมีมูลค่าเหมาะสมที่ 221 บาท และ 22.70 บาท ตามลำดับ โดยมีปัจจัยเฉพาะตัวดังนี้

    BBL :

    - BBL ลงนามสัญญา Bancassurance กับ AIA เป็นเวลา 15 ปี คาดว่าจะเริ่ม launch สินค้าของ AIA ได้ช่วง 1Q61 โดย BBL จะได้รับรายได้เป็น Revenue Sharing และค่า Commission  ทำให้เรามองว่าดีลดังกล่าวจะช่วยทำให้รายได้ค่าธรรมเนียม BBL เติบโตได้แข็งแกร่งในปีหน้า

    - คาดโครงการลงทุนภาครัฐช่วยหนุนสินเชื่อในปี’61 หลัง BBLร่วมกับ KTB และ SCB สนับสนุนสินเชื่อให้โครงการสายสีชมพู และเหลือง (Syndicate Loan) วงเงินกู้รวม 63,360 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนของ BBL ประมาณ 33% หรือคิดเป็นวงเงิน 21,120 ล้านบาท คาดเริ่มเบิกจ่ายช่วง 4Q60

     - คาดกำไรสุทธิปี’61 เติบโต 11% คาดอยู่ที่ 36,635 ล้านบาท (EPS 19.19 บาท) หลักๆ จากการตั้งสำรองหนี้ที่ลดลง 8.60% จากปี’60 หลังเศรษฐกิจมีสัญญาณฟื้นตัว คาดวัฎจักร NPL เริ่มเป็นขาลง ทำให้คาดไม่ต้องตั้งสำรองหนี้จำนวนมากเช่นปี’60

    KTB :

    ลุ้นบันทึกกำไรพิเศษจากกรณี AQ โดย KTB ยังรอบันทึกกำไรจากการขายทอดตลาดที่ดินของ AQ จะทำให้บันทึกกำไรประมาณเกือบ 10,000 ลบ. (ยังไม่ได้รวมเข้าในประมาณการกำไร) อย่างไรก็ตามกำไรพิเศษดังกล่าวเราคาดว่าจะมีบางส่วนจะนำกลับไปเป็นสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับกับมาตรฐาน IFRS9 ที่จะบังคับใช้ในต้นปี 62

    กำไรปี 61 เติบโตกว่า 40% เราคาดประมาณการกำไรปี 61 ที่ 31,841 ลบ.(EPS 2.28) หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% โดยเราคาดว่าค่าใช้จ่ายในการสำรองหนี้จะลดต่ำลง 28.5% จากปี 60 จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นและไม่มีการตั้งสำรองหนี้ก้อนใหญ่ เช่นปี 60 (EARTH 12,000 ลบ.) 

    แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 22.70 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside กว่า 12% ในขณะที่เราคาดเงินปันผลที่ 0.64 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 3.35% ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 22.70 บาท อิง PBV ที่ 1.04 เท่า

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1328225/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ