คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 5 EP 785 หุ้นไทยเริ่มปรับตัวขึ้น ยังไปต่อได้หรือไม่ | บล.ไอร่า

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    "ตลาดหุ้นไทยยังเป็นขาขึ้น แต่ต้องเลือกกลุ่มในการลงทุน เช่นพลังงาน ปิโตรเคมี ธนาคาร การเงิน และขนส่ง"

    บล. ไอร่ามองตลาดช่วงนี้เป็นขาขึ้น หลังดัชนีสามารถผ่าน 1,710 จุดได้ตั้งแต่กลางเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ระยะสั้นมองว่าอาจขึ้นไปทดสอบที่ 1,767 จุด ซึ่งเป็น High เดิมเมื่อ2 สัปดาห์ก่อนได้ การที่ดัชนีปรับขึ้นช่วงนี้ยังคงมาจากแรงซื้อของสถาบันในประเทศเป็นหลัก กลยุทธ์ลงทุนต้องเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเข้ามา โดยกลุ่มที่ปัจจัยพื้นฐานดี ที่ยังคงมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง และยังคงเข้าลงทุนได้ เช่น กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี ธนาคาร การเงิน และรับเหมาก่อสร้าง

    ปัจจัยต่างประเทศ ตลาดต่างประเทศค่อนข้างผันผวน แต่ดัชนีดาวโจนส์ยังคงปรับตัวเป็นขาขึ้น ยังไม่น่าเป็นห่วง ล่าสุดสามารถทำ New High และยืนได้เหนือ 26,700 จุด ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับนโยบายการกีดกันทางการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก และยังคงต้องจับตาดู โดยล่าสุดสหรัฐและจีนได้เก็บภาษีสินค้านำเข้าสินค้า 10-25% มูลค่ารวม 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นที่ประกาศรอบแรกตอนเดือน ก.ค. 3.4หมื่นล้านและรอบ 2 เมื่อ 23 ส.ค. อีก 1.6 หมื่นล้าน รวมเป็น 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรอบ 3 เมื่อ 24/9/61 อีก 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะเก็บ 10% ก่อนและจะเพิ่มเป็น 25% ในปี 2562 และปธน.ทรัมป์ขู่เก็บภาษีสินค้าจีนมูลค่าอีกกว่า 2.67 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งยังคงต้องจับตาดูต่อไป หลังจากการเจรจาระหว่างจีน-สหรัฐล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
    แต่ปัจจัยระยะสั้นจะได้รับผลบวกหลังจาก แคนาดาและสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกับเม็กซิโกแล้ว โดยข้อตกลงฉบับใหม่ ซึ่งเรียกว่า "ข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา" (United States-Mexico-Canada Agreement) หรือ USMCA เป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ได้รับการแก้ไขให้มีความทันสมัยเหมาะสมกับศตวรรษ์ที่ 21" ทั้งนี้ ข้อตกลง USMCA จะเข้ามาแทนที่ข้อตกลง NAFTA ซึ่งถูกใช้มานานกว่า 24 ปี

    อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นมาอยู่ที่ 83 USD/bbl สูงสุดในรอบ 4 ปี โดยได้รับปัจจัยบวกจากมติคว่ำบาตรต่ออิหร่านของสหรัฐฯ ส่งผลให้ปริมาณผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านอยู่ที่ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2560 และคาดการผลิตของอิหร่านจะลดลง 1.0-1.5 ล้านบารืเรลต่อวัน หลังจากมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 พ.ย. 2561 ในขณะที่กลุ่มโอเปคขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการผลิตที่หายไปจากอิหร่าน จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นต่อเนื่อง จากมีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบดูไบจะขึ้นไปอยู่ที่ 90 USD/bbl ในช่วงปลายปี 2561โดยราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงเช่นนี้จะส่งผลดีต่อ PTT, PTTEP และ PTTGC และกลุ่มโรงกลั่นจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมันดิบ
    โดยประเด็นในประเทศ ธปท คาด GDP ปี 2561 อยู่ที่ 4.4% หลังกระทรวงพาณิชย์รายงาน GDP ไทยในช่วง 1H/61 อยู่ที่ 4.8% โดยเป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนสำคัญเรื่องการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการเดินหน้าลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้คาดว่าในปีนี้ภาพรวมการลงทุนของภาครัฐจะขยายตัวได้ 7.9% รวมถึงการส่งออกที่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 9.7% เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวได้เป็นอย่างดี
    ในขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยปี 2561 คาดมีโอกาสที่ กนง. จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bps ในการประชุมวันที่ 19 ธ.ค. จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ 1.5% และคาดเงินเฟ้อทั่วไปปี 2561 ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1.2%

    ด้านกลยุทธ์เน้น Stock Pick เลือกหุ้นในกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ดังนี้
    1) กลุ่มธนาคาร ภาพ NPL เริ่มคงที่ ตั้งสำรองลดลง เช่น BBL, KTB
    2) กลุ่มการเงิน คาดผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง เช่น MTC, SAWAD
    3) กลุ่มปิโตรเคมี ผลการดำเนินงานฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง และปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น เช่น IVL
    4) กลุ่มพลังงาน คาดผลการดำเนินได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น เช่น PTT, PTTEP และโอกาสเติบโตจาก EEC เช่น WHAUP
    5) กลุ่มขนส่ง ได้รับประโยน์จากการฟื้นตัวของค่าระวางเรือ เช่น PSL
    ส่วนหุ้นรายตัว แนะนำหุ้นในกลุ่มพลังงาน นั่นคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) โดยมีประเด็นดังนี้
    PTT อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับแผนงาน New S-Curve เพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต เช่น การแยกธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกออกมาเป็น PTTOR เพื่อการดำเนินงานที่คล่องตัวมากขึ้น พร้อมที่จะเติบโตในธุรกิจค้าปลีก โดยการโอนสินทรัพย์ให้ PTTOR มีผลแล้วเมื่อ 1 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา คาดจะมีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวในช่วง 3Q/61 และเบื้องต้นคาด PTTOR จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในช่วง 2Q/62

    เราคาดผลการดำเนินงานของ PTT จะยังคงแข็งแกร่งในช่วง 2H/61 ทั้งจากธุรกิจท่อส่งก๊าซที่มั่นคง และโรงแยกก๊าซที่คาดผลการดำเนินงานจะยังคงโดดเด่นตามราคาน้ำมันดิบที่ยังยืนอยู่ในระดับสูง
    คาดกำไรปี ’61 ทรงตัวจากปีก่อน, Dividend Yield = 3.8%
    มูลค่าเหมาะสมที่ 66.00 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1330337/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ