คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 5 EP 801 ทิศทางตลาดหุ้น เดือนพฤศจิกายน | บล.ไอร่า

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    บล. ไอร่ามองว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ผันผวนและน้ำหนักอิงไปทางลง ตามปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีหน้า หลังได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าอื่นๆ โดยเฉพาะจีน

    ซึ่ง 1 ในสัญญาณที่เริ่มเห็นผลกระทบเป็นราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ล่าสุด WTI ลดลงมาอยู่ในระดับประมาณ 55 USD ส่วนของ Dubai และ Brent อยู่ที่ประมาณ 64 – 65 USD ลดลงจากระดับ ประมาณ 70 – 80USD ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งกดดันราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน

    นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด หลังการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เฟดส่งสัญญาณซึ่งค่อนข้างแน่นอน และเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ว่าในปีนี้ขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง โดยคงเหลือการประชุมครั้งสุดท้ายในวันที่ 18 – 19/12/61 (คาดสิ้นปี’61 อยู่ที่ 2.25 – 2.50%) และยังมีแผนปรับขึ้นต่อเนื่องในปี’62 อีกประมาณ 3 ครั้ง

    ส่วนประเด็นในประเทศมีแรงเก็งกำไรผลประกอบการ – 3Q/61 ส่วน Fund Flow ยังเป็นแรงขายสุทธิของต่างชาติต่อเนื่อง YTD มูลค่าขายสุทธิสะสม สูงกว่า 275,000 ล้านบาท แม้จะได้รับการชดเชยเข้ามาบ้างจากสถาบันในประเทศ แต่ภาพรวมน้ำหนักยังน้อยเมื่อเทียบกับปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ

    ด้านราคาน้ำมันก็มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น หลังลดลงต่อเนื่องนับจากต้นเดือนที่ผ่านมา แต่คาดการปรับขึ้นเป็นไปอย่างจำกัด โดยยังได้รับปัจจัยกดดัน หลังกลุ่มโอเปกปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกในปี’62 ลดลง 70,000 บาร์เรล/วัน คาดขยายตัวเพียง 1.29 ล้านบาร์เรล/วัน และเป็นการปรับลดตัวเลขคาดการณ์เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน

    แต่คาดว่าการผลิตน้ำมันจากประเทศนอกกลุ่มโอเปก จะเพิ่มขึ้น 2.23 ล้านบาร์เรล/วันในปี’62 โดยเพิ่มขึ้น 120,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้า ซึ่งทำให้เกิดความกังวล “ภาวะน้ำมันล้นตลาด”

    จากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันส่งสัญญาณว่าจะปรับลดปริมาณการผลิตลง 1.0 ล้านบาร์เรล/วัน ในปี’62 พร้อมกับซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณจะลดการส่งออกน้ำมันลง 500,000 บาร์เรล/วันในเดือนธ.ค. จากระดับของเดือนพ.ย.

    ซึ่งการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน ในช่วงนี้เราแนะนำเพียงเก็งกำไรตามราคาน้ำมัน

    ส่วนประเด็นในประเทศ แนะระวังแรงขายทำกำไร (Sell on Fact) หลังหมดช่วงประกาศงบ – 3Q/61 พร้อมกับแรงกดดันจาก Fund Flow จากแรงขายสุทธิของต่างชาติ แต่คาดได้รับการชดเชยเข้ามาบ้างจากเม็ดเงิน LTF ที่ทยอยเข้ามาในช่วงปลายปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท

    ขณะที่การประชุม กนง. วานนี้ ส่งสัญญาณอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น หลังมติ กนง. ล่าสุด 4 : 3 (เพิ่มจาก 2 เสียง เมื่อการประชุมเดือน ก.ย.) เห็นด้วยให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณว่าการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบันจะทยอยลดความจำเป็นลง หลังแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง แม้ส่งออกและการท่องเที่ยวจะชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในเป้าหมาย2.5±1.5% (ล่าสุด ต.ค.’61 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.23%) โดย กนง. เหลือการประชุมอีก 1 ครั้ง 19/12/61

    ซึ่งเร็วสุดอาจมีโอกาสเกิดขึ้นช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามมองเป็น Sentiment บวก ต่อกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะต่อ Net Interest Margin ปรับตัวดีขึ้น โดยหุ้นไทย กรอบทางเทคนิค มองแนวต้านแรก 1,702 จุด

    การลงทุนคงต้องเลือกกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุน หลัง Board ของ EEC กำหนดเป้าหมายการลงทุนอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC มูลค่า 500,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี ได้แก่
    (1) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง หลังโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งยื่นซองไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (12/11/61) คาดทราบผลในเดือนธ.ค. และลงนามสัญญาร่วมทุนในช่วงต้นปีหน้า หุ้นที่น่าสนใจในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เช่น ITD, CK และ STEC เป็นต้น

    (2) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จากความเชื่อมั่นการลงทุนจากต่างชาติหลังเริ่มมีความชัดเจนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และคาดความต้องการที่ดินในนิคมฯ มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ หุ้นที่น่าสนใจ เช่น AMATA และ WHA เป็นต้น

    (3) กลุ่มธนาคาร จากการปล่อยสินเชื่อ และภายใต้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น คาดส่งผลดีต่อ Net Interest Margin ปรับเพิ่มขึ้น หุ้นที่น่าสนใจ เช่น BBL และ KTB ซึ่งสินเชื่ออิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สัดส่วนสูงถึง 88% และ 85% ตามลำดับ

    นอกจากนี้แนะเก็งกำไรระยะสั้นกลุ่มท่องเที่ยว ที่ได้ Sentiment บวกจาก “Amazing Thailand GrandSale” ตั้งช่วงวันที่ 15/11/61 – 15/1/62 ซึ่งช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี หลังจำนวนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ นทท.จีน ในช่วง 1 – 2 เดือนที่ผ่านมาชะลอตัว

    หุ้น Top Pick ที่ AIRA นำเสนอในวันนี้แนะนำเป็น “BBL“

    • ภายใต้ภาพรวมเศรษฐกิจปี’62 ที่คาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการลงทุนภาครัฐ และคาด BBL มีความน่าสนใจและได้เปรียบเมื่อเทียบกับธนาคารคู่แข่ง ทั้ง (1) ต้นทุนเงินฝากที่ต่ำ และ (2) ฐานเงินทุนที่ใหญ่ ซึ่งสามารถรองรับการปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่ได้ ทำให้เลือก BBL เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มธนาคาร และคาดเป็นโอกาสในการเข้าสะสมในช่วงที่ราคาปรับลดลงตามภาพรวมตลาด

    • BBL เป็น 1 ใน 2 ธนาคารขนาดใหญ่ ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้นมากที่สุด ภายใต้สัดส่วนสินเชื่ออิงดอกเบี้ยลอยตัว สูงถึง 85% ของสินเชื่อรวม

    • ขณะที่ความร่วมมือกับ AIA ช่วยหนุนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยของ BBL ทั้ง Commission Fee และ Profit Sharing คาดเข้ามาชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมจากสงครามฟรีค่าธรรมเนียม คาด BBL ได้รับผลกระทบน้อยกว่าธนาคารคู่แข่ง คาดกำไรสุทธิเฉลี่ย 3 ปีข้างหน้า เติบโต ประมาณ 6.0%

    ราคาเป้าหมายปี’62 ที่ 242 บาท อิง PBV 1.03X

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1337525/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ