คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 5 EP 815 ทิศทางและกลยุทธ์การลงทุนในปี '62 | บล.ไอร่า

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    “หุ้นไทยปีนี้เริ่มต้นมาอย่างสดใสก่อนเจอปัจจัยลบกดดันให้ตลาดย่อลงมาสู้จุดต่ำสุดช่วงปลายปี แต่ยังมีหุ้นบางกลุ่มที่ลงทุนได้ แม้โดยรวมตลาดน่าจะยังเจอกดดันต่อ”
    บล. ไอร่า มองว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้กลับมาถูกกดดันจากปัจจัยเดิมต่างประเทศ ในหลายประเด็น ตั้งแต่ประเด็นแรก คือความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจหลายๆ ประเทศ ทั้งสหรัฐฯ จีน ยุโรป และญี่ปุ่น ส่งสัญญาณชะลอตัว
    ถัดมาคือเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง จากคาดการณ์ว่าความต้องการมีแนวโน้มชะลอตัว แม้ต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันทั้ง OPEC (0.8 ล้านบาร์เรล/วัน) และ Non OPEC (0.4 ล้านบาร์เรล/วัน) มีมติร่วมกันที่จะลดปริมาณผลิตน้ำมันในปีหน้า รวมแล้ว 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน

    ปัจจัยต่างประเทศ
    (1) ทิศทางเศรษฐกิจโลก ที่ส่งสัญญาณชะลอตัว
    (2) ประเด็นข้อพิพาททางการค้า ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งอาจกลับมาสร้างความผันผวนให้กับภาพรวมตลาด หากการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ประสบความสำเร็จ คาดจะมีการออกมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น
    (3) นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายประเทศ ที่ก่อนหน้านี้ส่งสัญญาณลดการใช้นโยบายแบบผ่อนคลาย แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ที่ตัวเลขการจ้างงานซบเซา และอัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัว ทำให้มีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าออกไปก่อน
    ขณะที่การประชุม ECB ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกาศประกาศยุติโครงการ QE ช่วงสิ้นเดือนนี้ หลังเข้าซื้อพันธบัตรในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านยูโร (1.74 หมื่นล้านดอลลาร์) ต่อเดือนก่อนหน้านี้
    (4) ราคาน้ำมัน ที่คาดราคาถูกกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันส่วนเกินอยู่อีก ประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรล แม้จะมีแผนการลดลงแล้ว 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน ในปีหน้า ก็ตาม คาดราคาน้ำมันในปี’62 มีโอกาสปรับลดลงจากปีนี้ – YTD อยู่ที่ 70USD/บาร์เรล คาดอยู่ที่ประมาณ 60 – 65USD ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการหุ้นในกลุ่มพลังงาน ที่คาดมีโอกาสที่จะเห็นการปรับลดประมาณการในปีหน้าลง เพื่อสะท้อนราคาน้ำมัน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะมองว่าอยู่ที่ประมาณ 70 – 75USD
    (5) วิกฤตหนี้ยุโรป และประเด็น Brexit
    ปัจจัยในประเทศ
    ในปีหน้าเรามองว่าจะได้รับปัจจัยหนุนเข้ามาบ้างจากประเด็นการเลือกตั้ง สส. ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. แต่คาดต้องใช้ระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้รูปแบบการสรรหานายกฯ ที่ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 376 เสียง จากเสียงทั้งหมด 750 เสียง มาจาก สส. 500 เสียง และ สว. อีก 250 เสียง โดยในส่วนการได้มาของ สว. คาดจะแล้วเสร็จในช่วงประมาณเดือน พ.ค. หลังจากนั้นคาดใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาล คาดช่วงเดือนมิถุนายน หรือช่วงกลางปีหน้า
    ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจบ้านเราในปีหน้า คาดขยายตัว 3.5 – 4.5% ชะลอตัวจากปีนี้ที่คาดการณ์อยู่ที่ ประมาณ 4.2% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกที่ขยายตัวลดลง จาก 7.2% ในปีนี้ เป็น 4.6% ในปีหน้า

    แต่การลงทุนในประเทศทั้งจากภาคเอกชนและรัฐ ยังขยายตัวต่อเนื่องในปีหน้า คาดอยู่ที่ 4.7% และ 6.2% จาก 3.7% และ 5.0% ในปีนี้ ตามโครงการก่อสร้างภาครัฐที่มีการเร่งตัวมากขึ้น ซึ่งทำให้ภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นและลงทุนตามมา
    ด้านเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีหน้า ประเมินกรณี Base Case ภายใต้ประมาณการ EPS Growth อยู่ที่ 5% หรือประมาณ 111 บาท เป้าหมายดัชนีแรกอยู่ที่ ประมาณ 1,780 จุด จากการใช้ PE ประมาณ 16 เท่า

    ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนที่ AIRA แนะนำคือทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยในประเทศ ได้แก่
    (1) ประเด็นการเลือกตั้ง เช่น กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
    (2) แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น กลุ่มธนาคาร
    (3) ส่วนในระยะสั้นคาดเป็นแรงเก็งกำไร Window Dressing – สำหรับปิดงบปี’61 ที่น่าจะเกิดขึ้นปลายเดือน รวมถึงการกลับเข้าซื้อสุทธิของต่างชาติ และแรงซื้อต่อเนื่องของสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่
    ขณะที่คาดกลุ่มที่อยู่อาศัย ยังได้รับ Sentiment ลบ จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เม.ย 62 ซึ่งส่งผลต่อ (1) ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 2 หลังขึ้นไป โดยผ่อนหลังแรกยังไม่หมด และ (2) ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาท เป็นต้นไป
    ส่วนหุ้นแนะนำเป็น “KTB “

    • เป็น 1 ในหุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น หลัง กนง. ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.75% โดย KTB มีสัดส่วนสินเชื่อที่อิงกับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สูงถึง 88% คาดช่วยให้ Net Interest Margin ปรับตัวดีขึ้น (3Q/61 ประมาณ 3.24%)
    • ในระยะสั้นยังมีความน่าสนใจจากผลของการขายทอดตลาดที่ดินของ AQ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา (มีผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง TICON(50%), ROJNA(25%) และนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย(25%) ด้วยราคา 8,914 ล้านบาท) คาด KTB สามารถรับรู้กำไรพิเศษ มูลค่าประมาณ 8,300 ล้านบาท ซึ่งคาดบันทึกช่วง 1Q62
    • ขณะที่คาดกำไรบางส่วนจะถูกนำไปตั้งสำรองพิเศษ เพื่อรองรับกับ IFRS9 ที่จะบังคับใช้ปี’63 เนื่องจากปัจจุบัน Coverage Ratio ของ KTB ที่ 122% ถือว่าต่ำสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (140% - 180%)

    • ทางด้านผลประกอบการคาดเติบโตต่อเนื่อง คาดกำไรสุทธิปี ’62 เพิ่มขึ้น 23% อยู่ที่ประมาณ 32,000 ล้านบาท และคาด Dividend Yield สูงเกือบ 5.0% ราคาเป้าหมายปี’62 ที่ 23.20 บาท

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1343829/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ