คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 6 EP 835 เรื่องวุ่นๆ ในเศรษฐกิจโลก ที่นักธุรกิจไทยควรรู้

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    เรื่องวุ่นๆ ในเศรษฐกิจโลก ที่นักธุรกิจไทยควรรู้

    "EU-"Hard Brexit"-"สงครามการค้า สหรัฐฯ -จีน" - "ดอกเบี้ยเฟด"- "ตลาดเกิดใหม่"
    5 เรื่องใหญ่ ของคนลงทุน รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์

    ความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก กำลังส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และสภาวะธุรกิจ ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบไทย ที่จะต้องเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนและเหตุการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ ก็เกี่ยวข้องไปกับการลงทุน
    โดย 5 ประเด็นทั่วโลกที่มีพัฒนาการน่าติดตามต่อ มีดังนี้

    1.สหภาพยุโรป (EU)
    EU กำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน ได้แก่
    (1) เศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงขาลงของวงจรเศรษฐกิจ
    (2) การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯต่อประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ประกอบกับความขัดแย้งทางการค้าที่เพิ่มขึ้น
    (3) ปัญหาการก่อหนี้ใหม่ในระยะยาวทั้งในภาครัฐและเอกชน อาทิ ปัญหาการตั้งงบประมาณขาดดุลจำนวนมากของรัฐบาลอิตาลี เป็นต้น โดยอิตาลีเป็นประเทศซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ประมาณ 17% ของเศรษฐกิจยุโรป

    ยุโรปยังประสบปัญหา "Shadow Banking" หรือการดำเนินธุรกรรมการเงินและการธนาคารนอกระบบ ที่มีจำนวนมากขึ้นหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป ทำให้ยากต่อการควบคุมและตรวจสอบ

    ปัจจุบัน ธนาคารกลางยุโรป ECB มีท่าทีการใช้นโยบายบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยความระมัดระวังเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤติการเงินในอนาคต รวมทั้งความเสี่ยงในภาคการลงทุนจากการขาดสภาพคล่อง ECB จึงอาจจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เช่น การกำหนดสภาพคล่องขั้นต่ำ และการกำหนดระยะเวลาในการแจ้งไถ่ถอนหุ้นกู้

    ประเด็นความอ่อนไหวของเศรษฐกิจยุโรปนี้ นอกเหนือจากการลงทุนแล้ว คนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยว ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

    2.โอกาสเกิด “Hard Brexit”
    อังกฤษ พยายามที่จะออกจากสหภาพยุโรปแบบนุ่มนวล ค่อยเป็นค่อยไป แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คาด
    หากเกิดขึ้นจริง จะส่งผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงประเด็นกฎหมายด้านภาษีที่จะใช้กับภาคการธนาคาร และการสร้างกรอบความร่วมมือใหม่ๆ
    อย่างไรก็ดี Brexit ได้สร้างโอกาสการเป็น "ศูนย์กลางทางการเงินของยุโรปแห่งใหม่ให้กับฝรั่งเศสและเยอรมนี" โดยรัฐบาลเยอรมนีได้ประกาศสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งใหม่ในสหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะนครแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งได้รับการจัดอันดับใน Global Financial Center Index 2018 ให้อยู่ในลำดับที่ 10 ของโลก

    มีคาดการณ์ว่าจะมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสถาบันต่างๆ ราว 30 แห่งมาอยู่ที่เยอรมนี ทั้งภาคการธนาคาร ประกันภัย และการจัดการสินทรัพย์ รัฐบาลเยอรมนียังได้หารือกับตลาดหลักทรัพย์เยอรมนี (Deutsche Borse) เพื่อผลักดัน Eurex Exchange บริษัทในเครือตลาดหลักทรัพย์ให้เป็น Clearing House แห่งใหม่ของอียูด้วย

    3.สงครามการค้า สหรัฐฯ -จีน
    กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จากการเจรจาระหว่างสองฝ่าย โดยสหรัฐฯ มีข้อเรียกร้องจีน 2 ข้อ คือ
    1.ให้จีนเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ และ 2.ให้จีนรักษาเสถียรภาพค่าเงินหยวน เพราะที่ผ่านมา สหรัฐมองว่า รัฐบาลจีนบริหารเงินหยวนอ่อนค่าเกินไป จนทำให้สินค้าจีนราคาถูกกว่าความเป็นจริง

    จากท่าทีที่ผ่อนคลายลงและการพยายามหาทางออกของทั้งคู่ ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าการเจรจารอบนี้น่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าครั้งก่อนๆ

    อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์การเจรจากลับมาล้มเหลว ก็เป็นไปได้มากว่าจะยิ่งกดดันภาพเศรษฐกิจมากขึ้น หลังจากที่เครื่องชี้ต่างๆ แสดงถึงความอ่อนแอลง ล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนลดลง ในเดือนกุมภาพันธ์ ชี้ว่ากิจกรรมในภาคการผลิตหดตัวเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มที่เศรษฐกิจจีนซบเซา จะไม่จบลงเร็วๆ นี้ นอกจากสงครามการค้าจะสงบศึกลงอย่างแท้จริง

    4.ดอกเบี้ยเฟด
    เป็นที่ชัดเจนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
    ตอกย้ำด้วยคำแถลงล่าสุดของ “เจอโรม พาวเวลล์” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ที่เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการธนาคาร วุฒิสภาสหรัฐฯ เขาชี้ว่าการที่ราคาพลังงานลดลงรอบล่าสุด มีแนวโน้มกดเงินเฟ้อให้ลดลงต่อเนื่อง ต่ำกว่าเป้า 2%
    สอดคล้องกับแถลงการณ์การประชุมนโยบายดอกเบี้ยหนล่าสุดของเฟด ที่ระบุว่าจะอดทนรอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากปีที่แล้วเฟดขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 4 ครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนต่อเนื่อง โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการค้า จึงมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
    ประธานเฟดย้ำว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปต้องขึ้นอยู่กับ ข้อมูลเศรษฐกิจปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต

    5.ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
    ความเชื่อมั่นต่อตลาดกลุ่ม EM ดูดีขึ้น สะท้อนผ่านตลาดหุ้นที่กลับมา Outperform หลังจากปีที่แล้วตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลง จนทำให้มูลค่าพื้นฐานกลับมามีความน่าสนใจ ขณะปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว ทำให้ผลกระทบจากราคาน้ำมันลดน้อยลง
    นอกจากนี้ การที่ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลเข้ากลับสู่ตลาด Emerging Market
    - อินเดีย
    อินเดียมีระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก มีภูมิคุ้มกันจากสงครามการค้า สหรัฐและจีนที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และยังได้ประโยชน์จากท่าทีการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่ส่งผลให้ค่าเงินรูปีของอินเดียกลับตัวดีขึ้น
    - จีน
    แม้ว่าเศรษฐกิจจีน อยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากการตกลงทางการค้าที่ยังไม่ชัดเจนกับสหรัฐ แต่รัฐบาลจีน ก็มีเครื่องมือด้านนโยบายจำนวนมาก ที่จะนำมาใช้เพื่อสนับสนุนกลับมาเติบโตในอนาคต

    จากเหตุการณ์ทั่วโลกที่เกิดขึ้น สามารถมองได้ว่าเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจไทยได้ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาด้วยความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1357713/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ