คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 6 EP 836 ยานยนต์ไฟฟ้า ในไทย ถึงไหนแล้ว ?

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    EV หรือ ยานยนต์ไฟฟ้า ย่อมาจาก ELECTRIC VEHICLE ขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ไฟฟ้า แทนการใช้เครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้แบบสันดาป ซึ่งเป็นการใช้พลังงานจากไฟฟ้า แทนการใช้น้ำมัน หรือพลังงานอื่นๆ

    ปัจจุบัน ประเทศไทยมียอดขายรถ EV ไม่ถึง 1% เมื่อเทียบกับในหลายประเทศที่มีการพัฒนาและมีทิศทางนโยบายการใช้ EV เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    - ยุโรป มีคาดการณ์ว่าปี 2573 จะมีรถที่เป็นไฮบริดหรือปลั๊ก-อิน และอีวี อยู่ที่ 20-30% ถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ริเริ่มใช้งานอย่างกว้างขวาง มีจุด Charge ที่สะดวก (ปัจจุบันยุโรป มียอดขายเป็นอันดับที่ 3 ของโลก)
    - จีน ตั้งเป้าว่าปี 2593 จะใช้รถเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด (ยอดขายอันดับที่ 1 คือ จีน)
    - ญี่ปุ่น มีคาดการณ์ว่า ปี 2593 จะลดก๊าซเรือนกระจก (greenhouse effect) ให้ได้ 80% และในอนาคตอันใกล้ รถยนต์ 100 คันจะต้องเป็นรถไฟฟ้า 20-30%

    กลับมามองที่ประเทศไทยกันบ้าง ...

    ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยข้อมูล EV ในประเทศไทย ดังนี้:
    1) ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทใช้ไฟฟ้า 100% หรือ Battery EV (BEV) มียอดสะสม 1,444 คัน แบ่งเป็น
    -รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 1,100 คัน
    -รถยนต์ไฟฟ้า 201 คัน
    -รถโดยสารไฟฟ้า 85 คัน
    -รถสามล้อไฟฟ้า 58 คัน

    2) ยานยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริด หรือ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่เติมได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน มียอดสะสมประมาณ 11,000 คัน (ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ค่ายยุโรป)

    3) รถยนต์ประเภทเซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell EV (FCEV) ยังไม่มีจดทะเบียนในประเทศไทย

    4) มีสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ มีรวมทั้งสิ้น 220 สถานี
    ภาครัฐก็มีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา ส่วนภาคเอกชน
    มีหลายบริษัทที่ให้ความสนใจ เช่น บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA)ในการตั้งสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 3,000 หัวจ่าย พร้อมโครงการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยมูลค่าโครงการ 1,092 ล้านบาท และอีกรายที่ได้รับการอนุมัติคือ บริษัท ดีทีเอส แดร็คเซิลไมเออร์ ออโทโมทีฟ ซีสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 542 ล้านบาท ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (เพื่อป้อนบีเอ็มดับเบิลยู)


    นโยบายภาครัฐ หนุนพลังงานไฟฟ้า
    ปัจจุบันมีหลายมาตรการ แต่ที่เห็นเป็นผลรูปธรรมมากที่สุด คือมาตรการทางภาษี
    โดยมีอัตราภาษีสรรพสามิต ที่งดการจัดเก็บภาษีของอัตราเชื้อเพลิงรถยนต์ไฟฟ้า เพราะเป็นยานยนต์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

    ประเด็นเรื่อง ราคาที่ค่อนข้างสูง สำหรับรถ EV นั้น คงต้องจับตาดูมาตรการภาษี โดยเฉพาะ ภาษีนำเข้า
    เพราะหาก ภาษีนำเข้ายังสูง ราคารถประเภทนี้ ก็ยังคงเพดานสูงอยู่

    นอกจากนี้ "แบตเตอรี่" เป็นอีกหนึ่งประเด็น ที่จะเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของรถ EV
    โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินว่า "ไทยจะขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของเอเชียในการวิจัย และพัฒนาแบตเตอรี่เพื่อส่งออก"
    โดยเฉพาะ ตลาดหลัก คือ จีน (ปี 2018 มียอดขายรถ EV สูงถึง 1 ล้านคัน ) รองลงมา คือ สหรัฐอเมริกา (ปี 2018 มียอดขายรถ EV ราว 8 แสนกว่าคัน )

    อนาคตรถไฟฟ้าในไทย กับนโยบายส่งเสริม

    สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ออกมาตรการเป็นแพคเกจสนับสนุนทางภาษี ทั้งยกเว้นและลดอากรนำเข้าอุปกรณ์สำคัญ
    โดยในปี 2561 ได้มีการอนุมัติการลงทุนของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายค่าย อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มาสด้า บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดสเบนซ์ เอ็มจี เป็นต้น
    - นโยบายการเปิดเสรีภายใต้กรอบข้อตกลง ASEAN-China FTA และภายใต้กรอบข้อตกลง JTEPA ซึ่งทั้งสองกรอบข้อตกลงนี้ได้รวมสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (ภายใต้กรอบ ASEAN-China FTA กำหนดต้องลดกำแพงภาษีเหลือ 0%)
    - มาตรการส่งเสริมรถสาธารณะและรถยนต์ของภาครัฐ เป็นรถยนต์ไฟฟ้า
    - นโยบายส่งเสริมการลงทุนในสถานีอัดประจุไฟฟ้า และการปรับปรุงระบบไฟฟ้า

    อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แม้ว่า EV ยังมีข้อด้อยคือราคาที่ค่อนข้างสูงและการชาร์จพลังงานนานหลายชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางจำกัด แต่การลด “ต้นทุนทางสังคม” โดยเฉพาะในส่วนที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่นับรวมต้นทุนเชื้อเพลิงที่ประหยัดได้ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

    นอกจากนี้ EV ก็ยังมีข้อดี เรื่องของ ค่าเชื้อเพลิงไม่แพง อัตราค่าใช้จ่ายในเรื่องของเชื้อเพลิงซึ่งรถไฟฟ้าใช้ไฟฟ้าในการชาร์จเพื่อใช้เป็นพลังงานมีราคาถูกกว่าแบบน้ำมันอยู่พอควร มีเสียงเงียบกว่ารถที่ใช้พลังงานแบบน้ำมันเชื้อเพลิง

    แน่นอนว่าหากบริษัทไหนปรับตัวไม่ทัน ก็อาจจะส่งผลลบ แต่นี้ก็นับเป็นโอกาสทางธุรกิจ ที่สามารถสร้างให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ ตามมาได้อีกมากมาย

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1357897/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ