คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 6 EP 846 นโยบายพลังงาน- คนไทยอยากได้อะไรจากรัฐบาลใหม่

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    เรื่องพลังงาน คนไทยอยากได้อะไรจากรัฐบาลใหม่?

    นโยบายด้านพลังงานของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่กำลังถูกจับตาในการเลือกตั้งหนนี้ เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต้นทุนการประกอบกิจการ และการทำมาหากินของประชาชน จึงเป็นนโยบายที่จะมีผลโดยตรงต่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

    เมื่อพูดถึงเรื่องพลังงาน หลายคนนึกถึงภาพพลังงานทดแทน รวมไปถึงรถไฟฟ้า (EV) เพิ่มเติมไปจากเพียงแค่การใช้พลังงานหลักดั้งเดิมอย่างน้ำมัน ก๊าซ และอื่นๆ

    พรรคการเมืองในศึกเลือกตั้งปี 62 ต่างนำเสนอแนวนโยบายที่ค่อนข้างเหมือนกันในประเด็นการสนับสนุนเรื่องพลังงานทดแทน แต่อาจชูความสำคัญในแต่ละประเด็นปลีกย่อยที่แตกต่างกัน

    พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายดูแลราคาเชื้อเพลิงให้ถูกลง

    - ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร
    - การปรับโครงสร้างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เพื่อสอดรับนโยบาย
    - ชูนโยบายการเปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะเป็นรถไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด เพื่อลดฝุ่นควัน และให้ทันสมัย มีความสะดวกสบายมากขึ้น
    - นโยบายรถเก่าแลกรถใหม่ไฟฟ้า รับส่วนลด 1 แสนบาท


    พรรคพลังประชารัฐ จะทบทวนการแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าปี 2018 (พีดีพี)

    - เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจาก 20% เป็น 50% ตามกระแสเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
    - ผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินสะอาดและมีราคาถูก พร้อมทำความเข้าใจกับภาคสังคมเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
    - ไม่มีนโยบายดึง ปตท. ออกจากตลาดหลักทรัพย์ เพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ แต่ ปตท.ควรจะทบทวนเรื่องคณะกรรมการบริหารที่มีตัวแทนจากภาครัฐเข้ามาดำรงตำแหน่งมากเกินไป จนเกิดความไม่โปร่งใส


    พรรคเพื่อไทย สนับสนุนพลังงานทดแทน

    รวมถึงการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจอย่าง อ้อย ที่จะมุ่งไปสู่เรื่องไบโอพลาสติก ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยให้เป้าหมายราคาอ้อย 1,100 บาทต่อตัน


    พรรคชาติพัฒนา เน้นให้ความสำคัญภาคอีสานเป็นพื้นที่ผลิตพลังงานทดแทน

    สนับสนุนการใช้วัตถุดิบการเกษตรมาแปรรูปเป็นเอทานอล ผสมเป็นแก๊สโซฮอล์จนถึงระดับ อี 85 รวมถึงพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์


    พรรคภูมิใจไทย ชูเรื่องการนำน้ำมันปาล์มไปผลิตเป็นไบโอดีเซล หรือพลังงานไฟฟ้า

    พัฒนาแหล่งที่จะมาใช้ทดแทนพลังงานใต้ดินอย่างปัจจุบัน เช่น ถ่านหิน น้ำมันเตา ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษ



    พรรคพลังธรรมใหม่ ประกาศลดราคาน้ำมัน 5 บาทต่อลิตร

    - ลดราคา ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ขนาดถัง 15 กก. เหลือ 250 บาทต่อถังโดยไม่ใช้ภาษีประชาชน
    - ยุติการผูกขาดธุรกิจทุกประเภทที่รัฐถือหุ้น เกิน 30% โดยเข้าไปตรวจสอบสัญญาทุกฉบับ อาทิ การประมูลปิโตรเลียม หากพบมีความไม่โปร่งใสจะนำมาทบทวนใหม่ทั้งหมด
    - เสนอให้จัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ หรือ (เอ็นโอซี) แก้กฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ

    ด้าน คุณมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ให้ความเห็นว่า "โครงสร้างการบริหารจัดการ" ที่เรื่องแรกที่รัฐบาลใหม่ควรเข้าไปดูแล เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบการดูแลพลังงานให้กับประชาชนให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เรื่องของการดูแลราคาพลังงานจะไปเชื่อมโยงกับโครงสร้างภาษี ภาษีน้ำมันเป็นรายได้หลักของรัฐบาล

    ดังนั้น หากเราจะลดราคาพลังงาน ด้วยการลดภาษี คำถามที่ตามมา คือ เราจะหารายได้จากไหนมาชดเชย ?

    เรื่องใหญ่ของรัฐบาลใหม่ คือ "ความชัดเจนด้านนโยบายพลังงานของประเทศ" คุณ มนูญ ย้ำ

    ทุกวันนี้ มีข้อโต้แย้งกันในประเด็นพลังงานว่า การบริหารจัดการพลังงานของไทย เราจะยังคงใช้ระบบเสรี (เปิดให้มีการลงทุนของต่างชาติ และภาคเอกชน) หรือ จะเป็นรูปแบบรัฐบาลเข้าไปควบคุมดูแล ซึ่ง 2 แนวคิดนี้ มีการโต้แย้งกันมาโดยตลอด

    ในฝั่งผู้ประกอบการ ก็ต้องการให้เปิดเสรี มีการแข่งขันกัน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางฝ่ายเรียกร้องว่า
    เรื่องของพลังงานเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น รัฐควรเข้ามาควบคุมดูแลใกล้ชิด

    อย่างเราเคยได้ยินการเรียกร้องให้บริษัทพลังงานกลับมาเป็นของรัฐ

    รัฐก็ต้องมีความชัดเจน เพราะในขณะนี้ ยังไม่มีพรรคการเมืองไหนให้ความชัดเจน

    ด้านทิศทางราคาน้ำมัน ที่มีผลต่อต้นทุนการใช้ชีวิตของคนไทย คุณมนูญชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ยังคงมีการนำเข้าน้ำมันสุทธิ (นำเข้า มากกว่า ส่งออก) และหากเป็นน้ำมัน เรานำเข้าสูงถึง 85% ของปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศ
    เมื่อเรานำเข้ามาก ราคาก็จะอ้างอิงกับราคาตลาดโลกที่ผันแปรไปตามทิศทางโลก

    รัฐบาลมีเครื่องมือในการกำกับดูแลราคาน้ำมัน คือ :
    - ภาษี
    - กองทุนน้ำมัน

    การที่จะทำให้ราคาน้ำมัน ถูก แพง ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะตั้งภาษีสูง หรือ ต่ำ
    ถ้าเราอยากให้ราคาน้ำมันในประเทศต่ำ รัฐบาลก็เก็บภาษีต่ำ หรือ ไม่เก็บเลย
    แต่ถ้าเราอยากให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับปานกลาง รัฐบาลก็เลือกจัดเก็บภาษีในอัตราที่พอเหมาะ

    และมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการราคาน้้ำมันไม่ให้สูงเกินไป หรือ ต่ำจนเกินไป

    นี่คือ สิ่งที่รัฐบาลใช้มาโดยตลอด แต่ถ้าเราเห็นว่าการจัดการโครงสร้างราคาน้ำมันแบบนี้ไม่ดี พรรคการเมืองใหม่ที่เข้ามาก็สามารถปรับเปลี่ยนนโยบายได้ แต่อย่าลืมว่าไทยยังคงเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ คงยากที่เราจะตั้งราคาน้ำมันให้ถูกเหมือนประเทศที่ผลิตน้ำมันได้เอง

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1360953/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ