คลิป  หนัง  ละคร  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล  ข่าวบันเทิง  โปรแกรมบอล  ฟังเพลงออนไลน์  ดูทีวีออนไลน์ 

Loading...

later love add to playlist wide screen
close เพิ่มลงใน
    สร้างเพลย์ลิสต์ใหม่

    รวยหุ้น รวยลงทุน ปี 6 EP 848 มองภาพตลาดหุ้นไทย หลังเลือกตั้ง

    Views 0

    โหวตถูกใจคลิปนี้ 0
    ไม่ถูกใจ 0

    ตัวเลขเศรษฐกิจหลายประเทศทั่่วโลก ทั้งจากฝั่งสหรัฐ และยุโรป ที่อ่อนแอเป็นตัวกดดันบรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศ รวมไปถึงหุ้นไทย

    จากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของโลก รวมไปถึงภาพการเมืองที่ยังฝุ่นตลบอยู่มุมมองของคุุณ อดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ธนชาต
    ประเมินว่า กลยุทธ์การลงทุนค่อนข้างยาก มีทั้งปัจจัยภายนอกประเทศที่ตัวเลขเศรษกิจอ่อนแอ ที่สะท้อนว่าไม่ใช่สหรัฐประเทศเดียวที่เศรษฐกิจส่อเค้าไม่ดี แต่ทั้ง ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ตัวเลขเศรษฐกิจต่างก็สะท้อนไปในทิศทางเดียวกันที่อ่อนแอ จากตัวเลข PMI ที่ค่อยๆ ปรับตัวลดลง

    สัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจค่อยๆชะลอตัวลงแต่ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นต่างประเทศก็ปรับขึ้นมาโดยตลอดทางคุณอดิศักดิ์ มองว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับประเด็นเฟด เรื่องอัตราดอกเบี้ย กับการเดินหน้านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น
    "ช่วงต่อไปนี้ เราจะต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้นสำหรับตลาดหุ้นโลก"
    ส่วนปัจจัยในประเทศ คือ เรื่องของผลการเลือกตั้ง ซึ่งทุกคนต่างจับตาการฟอร์มทีมของรัฐบาลว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
    ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการนับคะแนน จะเห็นว่าตัวเลขออกมาสูสี ระหว่างพรรค พลังประชารัฐ จับมือกับพรรคร่วม หรือ พรรคเพื่อไทย รวมกับพรรครวม ประเด็นที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนมีความกังวล
    แม้ว่า จากเสียงของ สว. 250 เข้ามาช่วย ทำให้มีแนวโน้มว่า คุณประยุทธ์ น่าจะได้เป็น นายกฯ แต่ในภาพของการดำเนินนโยบายต่างๆ ในรัฐบาลใหม่นี้ เนื่องจากคะนนเสียงไม่ขาดมาก จะเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นโยบายต่างๆ จะมีความต่อเนื่องหรือเปล่า

    จากหลากหลายความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้น บล.ธนชาต คาดว่าน่าจะทำให้ SET Index ไม่น่าจะมีการปรับขึ้นแรงๆ ให้เห็น (Post Election Rally)
    โดยให้กรอบดัชนีหุ้นไทย แนวรับ 1,614-1,630 จุด และกรอบแนวต้าน ที่ 1,660 จุด

    กลุ่ม Sector ที่น่าสนใจภายใต้การคาดการณ์ว่า คุณประยุทธ์ จะกลับมาเป็นนายกฯ แม้ว่าจะมีคำถามเรื่องความต่อเนื่องของนโยบาย
    แต่กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในมุมของความต่อเนื่องของนโยบาย จากรัฐบาลที่แล้ว สู่รัฐบาลใหม่ อย่าง EEC, Infrastructur Investment, บล.ธนชาต มองว่าน่าจะได้อานิสงค์บวก แม้ว่าในระยะสั้นอาจจะมีความผันผวนบ้าง คือ WHA , AMATA , STEC น่าสนใจ
    ส่วนกลุ่มค้าปลีก ที่อาจจะได้ผลบวกจากนโยบายเพิ่มกำลังซื้อ คือ CPALL, HMPRO, KTC

    หุ้น "STEC" นั้นโดดเด่น เพราะนอกจากผลบวกจากนโยบายรัฐบาลแล้ว หุ้นนี้ ยังมี Blacklog ที่สูง (มากกว่าแสนล้าน)
    ที่สามารถรองรับรายได้ 3 ปีข้างหน้าได้อยู่แล้ว ประกอบกับงานในมือ เป็นงานที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง คาดการณ์ไปปีนี้ และ ปีหน้าจะเห็น STEC ทำนิวไฮ อย่างต่อเนื่อง บล.ธนชาตให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 30 บาทต่อหุ้น (มีอัพไซด์ประมาณ 28% จากราคาปัจจุบัน )
    ส่วน กระแสเงินทุน Fund Flow จากต่างชาติ หลังการเลือกตั้ง นักลงทุนต่างชาติน่าจะรอดูก่อนเสถียรภาพที่จะเห็นมากน้อยแค่ไหน

    อัพโหลดวันที่
    แจ้งลบคลิป
    close แจ้งลบวิดีโอนี้
    แจ้งลบวิดีโอนี้

    ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
    เกี่ยวกับคลิปวิดีโอเรื่อง :
    แสดงความเกลียดชัง/ไม่เหมาะสม

    ปิด
    http://video.sanook.com/player/1360961/

    * ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (สูงสุด 50 อีเมล์)

    คลิปแนะนำ

    โหลดเพิ่ม
    Sanook.commenu

    We use cookies to deliver our service. By continuing to use our site, you accept our use of cookies. To learn more please go to Terms of Service and Privacy Policy.

    close
    เพิ่มคลิปใน "คลิปโปรด" แล้ว
    เพิ่มคลิปใน "คลิปที่เก็บไว้ดูทีหลัง" แล้ว
    คุณโหวตเรียบร้อยแล้ว
    เพิ่มลงในเพลย์ลิสต์โปรดแล้ว
    เพิ่มวิดีโอนี้เข้าใน Playlist เรียบร้อยแล้วค่ะ
    วันนี้คุณโหวตไปแล้ว โหวตใหม่ได้อีกครั้งพรุ่งนี้ค่ะ